ความคืบหน้าโครงการมะดีนะตุสสลาม ครั้งที่ 2 (วันที่ 1 ตุลาคม 2560)

Posted on: มกราคม 16, 2019, by :

ความคืบหน้าโครงการมะดีนะตุสสลาม ครั้งที่ 2

(วันที่ 1 ตุลาคม  2560)

>>โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล

โรงพยาบาลชีคญาซิม บิน มูฮําหมัด บิน ษานี เป็นโรงพยาบาลมาตรฐาน ขนาด 133 เตียง ใช้งบประมาณทั้งหมดประมาณ 650 ล้านบาท โครงการได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกาตาร์ โดยได้รับอนุมัติงบประมาณ งวดที่ 1 จำนวน 210 ล้านบาท ได้เริ่มก่อสร้างในส่วนของงานโครงสร้าง ใช้งบประมาณ 109,675,082.47 บาท ได้ก่อสร้างแล้วประมาณ 44.05% การก่อสร้างได้หยุดชั่วคราวตั้งแต่ปี 2556 เนื่องจากทางประเทศกาตาร์ มีความประสงค์จะเปลี่ยนบริษัทผู้รับเหมา

ความคืบหน้าเดือนสิงหาคม-กันยายน 2560

– ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่  ได้ดำเนินการตรวจสอบสภาพความมั่นคงของอาคารโรงพยาบาลและได้สรุปรายงานผลการตรวจสอบ ต่อกรรมการมูลนิธิฯ และบริษัทที่ปรึกษา  วันที่ 7 สิงหาคม 2560 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ และได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายกสภามหาวิทยาลัยฟาฏอนีเข้าร่วมประชุมด้วย ในวันที่ 14 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยฟาฏอนี  โดยผู้ประเมินมีการทดสอบกำลังวัสดุของโครงสร้างอาคารทั้งหมด รวมทั้งการคำนวณและการตรวจพินิจโดยละเอียด ซึ่งผลการวิเคราะห์สรุปผลได้ว่าการก่อสร้างส่วนใหญ่ที่ได้ดำเนินการไปแล้วเป็นไปตามแบบแปลน   ตรวจพบว่าคุณภาพคอนกรีตมีกำลังไม่สม่ำเสมอ บางตำแหน่งมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์  การก่อสร้างสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยมีเงื่อนไขจะต้องมีการซ่อมแซมบางส่วน  เมื่อมีการซ่อมแซมโครงสร้างและได้เสริมกำลังให้กับโครงสร้างตามที่ได้เสนอแล้ว ผู้ประเมินฯ ให้ความมั่นใจต่อมูลนิธิฯ ว่าโครงการก่อสร้างสามารถดำเนินการต่อไปได้ และโครงสร้างจะมีความแข็งแรงปลอดภัยใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ โดยมีรายละเอียดตามรายงานการตรวจสอบและการประเมินอาคารโรงพยาบาล เดือนสิงหาคม 2560

-มูลนิธิฯ มอบหมายให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ ดำเนินการออกแบบ เพื่อซ่อมแซมงานโครงสร้างพร้อมทั้งเซนต์รับรอง ซึ่งได้ดำเนินการและส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว

-คณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้ประชุมมีความเห็นว่า อาคารโรงพยาบาลนอกจากทำรายละเอียดตามแบบแปลนเดิม เป็นอาคาร 5 ชั้น เป็นโรงพยาบาลขนาด 133 เตียงแล้ว  ควรเสนอประเทศกาตาร์ ในลักษณะการปรับลดขนาดของอาคารให้เหลือ 3 ชั้น เป็นโรงพยาบาลขนาด 59 เตียง เพื่อลดวงเงินงบประมาณ  มีความรวดเร็วในการก่อสร้าง ไม่ติดเงื่อนไข EIA   เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินการไปก่อน  เมื่อโรงพยาบาลดำเนินการไประยะหนึ่งแล้วค่อยเสนอของบประมาณเพื่อขยายเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ต่อไป

– บริษัท บางกอก แพลนเนอร์แอนด์ คอนซัลแท้นส์ จำกัด กำลังดำเนินการออกแบบโรงพยาบาลให้สมบูรณ์ทั้งของขนาด 59 เตียง และ ขนาด 133 เตียง เพื่อเสนอให้ทางรัฐบาลกาตาร์พิจารณาอนุมัติงบประมาณต่อไป  คาดว่าจะนำเสนอได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2560 นี้  ขณะนี้ได้ดำเนินการออกแบบในส่วนของขนาด 133 เตียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว

-บริษัทรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โรงพยาบาลชีคญาซิมฯ  ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารขนาด 5 ชั้น โรงพยาบาลขนาด 133 เตียงโดยได้ทำสัญญา เมื่อวันที่ 26-พ.ค.-2560 โดยมีระยะเวลา 240 วัน (8 เดือน)

>>>โครงการศูนย์อิสลาม

ศูนย์อิสลาม ซึ่งจะเป็นศูนย์ทางสติปัญญาและจิตวิญญาน เป็นศูนย์ค้นคว้าทางด้านวิชาการ ความรู้ และเป็นศูนย์วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่จะหลอมรวมในการถ่ายทอด เพื่อสร้างอารยธรรมอิสลามในยุคสมัยใหม่ที่สามารถอยู่ร่วมท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลายได้อย่างสงบสุขและมีคุณค่า

ด้วยความเมตตาและโปรดปรานจากพระผู้เป็นเจ้า หลังจากได้วางแผนเตรียมการมาเกือบ 3 ปี โครงการศูนย์อิสลามแห่งนี้ได้รับการโปรดเกล้าพิจารณาโดยกษัตริย์สัลมาน บินอับดุลอาซิซ อาลิซุอูด แห่งราชอาณาจักร   ซาอุดีอารเบียและได้ทรงอนุมัติงบประมาณจำนวน  20 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ดังกล่าว พร้อมทรงอนุญาตให้ใช้ชื่อศูนย์นี้ว่า “ศูนย์อิสลาม กษัตริย์สัลมาน บิน อับดุลอาซิซ อาลิซุอูด ผู้พิทักษ์สองมัสยิดอันทรงเกียรติ”

 

ความคืบหน้าเดือน สิงหาคม 2560– ตุลาคม 2560

การดำเนินการมูลนิธิมะดีนะตุสสลามได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร และได้คัดเลือกบริษัท Hassa Architecture Engineering & Construction Co.Ltdเป็นบริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2560 โดยมีภารกิจของบริษัทที่ปรึกษาคือการออกแบบให้สมบูรณ์และการควบคุมงานก่อสร้างมีความคืบหน้าดังนี้

– เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 มูลนิธิมะดีนะตุสสลาม ได้เซ็นสัญญาทำข้อตกลงว่าจ้างบริษัท Hassa Architecture Engineering & Construction Co.Ltd เป็นบริษัทที่ปรึกษาและออกแบบ โดยความเห็นชอบของสถานเอกอัครราชฑูตซาอุดิฯ และได้ส่งสัญญาข้อตกลงให้กระทรวงการคลังซาอุดิฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

– ในวันที่ 22 กันยายน ณ กรุงเทพ ผู้บริหารบริษัท Hassa  ได้นำเสนอแบบดีไซด์ พร้อมพื้นที่การใช้สอย ของอาคารต่อผู้บริหารมูลนิธิฯ และผู้ทรงคุณวุฒิ การออกแบบดีไซน์มีลักษณะที่ให้การรำลึกมัสยิด อัลนาบาวีย์ นครมะดีนะฮฺ

– วันที่ 29 กันยายน 2556  มีการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์อิสลามฯ เพื่อพิจารณาหาข้อสรุปในเรื่องแบบและการใช้สอย และแจ้งเป็นทางการให้บริษัท Hassa โดยมีข้อสรุปการออกแบบ คือ ให้มีการออกแบบมัสยิดและอาคารส่วนประกอบต่างๆ ในพื้นที่ 30 ไร่ โดยมีมัสยิดที่มีพื้นที่ละหมาดในร่มรวม 6,120 ตารางเมตร สามารถจุคนได้ 8,740 คน นอกจากนี้ยังมีหอประชุมนานาชาติและพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการ อีกทั้งยังมีสถาบันวิจัยอิสลามที่มีห้องสมุดสำหรับการวิจัยเป็นองค์ประกอบสำคัญของศูนย์อิสลามอีกด้วย

– บริษัท พีเจ เซอร์เวย์ แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด จากกรุงเทพฯ ได้ดำเนินการสำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมอบข้อมูลการสำรวจให้มูลนิธิฯ และได้ส่งให้บริษัท HAASA เพื่อใช้ประกอบในการออกแบบ

งานวากัฟ

วันที่ 19 กันยายน 2560 ได้ทำการโอนที่ดินที่รับบริจาคเพื่อศูนย์อิสลามฯ เมื่อคราวจัดงานมหกรรมวากัฟครั้งที่ 1 ในวันที่ 6 -7 เดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งบริจาคที่ดินโดยนายหะยียิด  แวมะมิง จำนวน 1 แปลง  เนื้อที่ 0 ไร่ 1 งาน 0 ตารางวา ตั้งอยู่ตำบลสุไหงโกลก อำเภอ สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิมะดีนะตุสสลาม

วันที่ 22 กันยายน 2560 ได้ทำการปลอดจำนองที่ดินโซนวากัฟ อิสลามิคเซ็นเตอร์ จำนวน 14 แปลง เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 14.4 ตารางวา และมีที่ดินที่ได้ปลอดธนาคารก่อนหน้าแล้ว จำนวน 8 แปลง เนื้อที่ 9 ไร่ 1 งาน 63 ตารางวา  รวมจนถึงปัจจุบันมีที่ดินวากัฟเพื่ออิสลามิคเซ็นเตอร์ ที่ปลอดธนาคารแล้วทั้งสิ้น จำนวน 22 แปลง เป็นเนื้อที่ดินทั้งสิ้น 31 ไร่ 0 งาน 77.4 ตารางวา เป็นจำนวนเงิน 20,300,500 บาท

ดาวน์โหลดไฟล์ : ความคืบหน้าโครงการ-รพ.และศูนย์อิสลามฯครั้งที่-2